แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai Food แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai Food แสดงบทความทั้งหมด

19 กรกฎาคม 2559

ลูกชิ้นไก่ไร้แป้งคลีน : Chicken Balls

          มาชวนเพื่อน ๆ ทำลูกชิันไก่แบบคลีน ไร้แป้ง ไร้ผงชูรสหรือสารปรุงแต่งอื่นใด เพราะส่วนผสมมีแค่ เนื้ออกไก่ เกลือ Low Sodium และพริกไทยขาวเท่านั้นค่ะ และมีน้ำแข็งหรือน้ำเย็นเตรียมไว้สำหรับใส่ตอนเราปั้นเนื้อไก่นิดหน่อยค่ะ วิธีทำง่ายมาก ๆ ไปทำกันเลยดีกว่า


ส่วนผสมลูกชิ้นอกไก่ไร้แป้ง

ใส่แค่นี้พอละ

อกไก่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 450 กรัม
เกลือ Low Sodium 1/2 ชช.
พริกไทยขาวป่น 1 ชช.
น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดนิดหน่อย

วิธีทำ

1.ล้างอกไก่ตัดมันออกให้หมด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 30-45 นาที


2.นำไก่ใส่เครื่อง Food Processor ใส่เครื่องปรุง แล้วเดินเครื่องปั่นไปเรื่อย ๆ จนเนื้อไก่ละเอียด จากนั้นให้ค่อย ๆ ใส่น้ำเย็นจัดลงไป หรือใส่น้ำแข็งประมาณ 2 ก้อนเล็ก ๆ เมื่อปั่นไปแล้วประมาณ 5 นาที (ให้ปั่น ๆ และหยุดปาดเนื้อไก่ที่ติดอ่างด้วย อย่าปั่นทีเดียว 5 นาที จะทำให้เครื่องไหม้ได้ค่ะ) เทใส่อ่าง ปิดพลาสติกเข้าช่องแช่แข็งอีก 30-45 นาที

3. จากนั้นนำมาปั่นอีกครั้ง ทำเช่นเดียวกับรอบแรก แต่รอบนี้อย่าใส่น้ำเยอะจนเกินไป ค่อย ๆ ใส่ทีละนิด ประมาณ 1/2 ชช. ให้สังเกตดูว่าไก่ยังเหนียวอยู่ถึงจะค่อย ๆ หยดน้ำลงไป แต่ถ้าใส่เยอะ เนื้อจะเละจะแก้ไขยาก ปั้นออกมาจะไม่สวย  


4.เมื่อปั่นเนื้อไก่เนียนได้ที่แล้ว ให้นำใส่ถุง มัดปากถุงให้แน่น แล้วตัดปลายด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อบีบเนื้อไก่ออกมา ขณะเดียวกันให้ต้มน้ำให้เดือดปิดแก๊ส  (เราต้มในกาต้มน้ำ จากนั้นเทใส่หม้อ ตั้งบนเตาแต่ไม่เปิดไฟ) วางอ่างใส่น้ำไว้ใกล้ ๆ สำหรับใช้มือจุ่มขณะปั้นลูกชิ้น


5.บีบถุงให้เนื้อโผล่ขึ้นมาขนาดตามชอบ จากนั้นใช้ช้อนตัก แล้วคลึงในมือให้เป็นทรงกลม โดยมือจะต้องเปียก เพื่อป้องกันลูกชิ้นติดมือ เมื่อกลมตามที่ต้องการแล้วก็ใส่ลงไปในหม้อน้ำร้อนที่เตรียมไว้ บีบจนหมด จากนั้นติดไฟ ต้มลูกชิ้นด้วยไฟอ่อน ๆ จนลูกชิ้นสุกและลอยขึ้นมา แล้วให้รีบตักลงไปแช่ในอ่างที่ใส่น้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัดประมาณ 1-2 นาที แล้วตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสำหรับการทำลูกชิ้นไก่ไร้แป้ง เนื้อเนียน เด้ง

ทำลูกเล็ก ๆ ไว้ทานเล่นก็อร่อย

เนื้อเนียน เด้งดึ๋งๆเลย
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ทำไม่ยากเลยใช่มั้ยค่ะ

9 มิถุนายน 2559

สูตรปาท่องโก๋แบบง่าย ๆ ฉบับคนไกลบ้าน : Deep fried doughstick

     คนที่ไม่ได้อยู่ต่างประเทศจะไม่เข้าใจ อารมณ์คนอยากกินปาท่องโก๋ แล้วพยายามทำเอง ไม่เข้าใจอารมณ์ของคนที่มันอยากกินมากๆ แล้วมันหาซื้อไม่ได้ หรือมีก็ราคาแพงมาก ๆ มีเงิน ถ้าไม่มีขาย ให้ตายก็ไม่ได้กิน.....ถูกต้องมั้ยค่ะ ดังนั้นคนไทยที่ไปอยู่ต่างแดนส่วนใหญ่จะทำอาหารเป็นไปโดยปริยาย เนื่องจากความอยากกิน หาซื้อไม่ได้ ราคาแพงเกินไป ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริง ๆ


ดังนั้นที่มาของสูตรปาท่องโก๋ สูตรนี้ก็เกิดจากความอยากกิน ฝึกทำอยู่หลายวันกว่าจะออกมากินได้แบบนี้ ทิ้งแป้งไปหลายรอบ ทอดแล้วแข็งกินไม่ได้ ทิ่มเหงือกไปก็หลายครั้ง จะว่ายากก็ไม่ใช่ จะว่าง่ายก็ไม่เชิง แต่ถ้าเรารู้เทคนิคแล้ว ทำยังไงมันก็ออกมาดี สูตรปาท่องโก๋ในอินเตอร์เน็ตมีมากมายหลายสูตร ส่วนใหญ่ถ้าเป็นสูตรแม่บ้านต่างแดนอาจจะไม่ใส่แอมโมเนีย เพราะเค้าหาไม่ได้ ถามว่าต่างกันมั้ย ส่วนตัวคิดว่าไม่มาก

สูตรปาท่องโก๋ของต๋อยสูตรนี้ใส่แอมโมเนียนะ เพราะยังหาได้ในร้านขายอุปกรณ์เบเกอร์รี่ แต่ถ้าเป็นยุโรปหรืออเมริกาอาจจะหาไม่ได้เลย บางคนถึงกับต้องพกกลับไปด้วย.....

สูตรนี้กรอบอร่อย ทำเป็นถาดก็หมดทั้งถาดเพราะคนที่บ้านชอบมาก ๆ ทำให้น้อง ๆ ชิมก็ติดใจกันเป็นแถว แถมทำง่าย แป้งที่ผสมแล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน เหมาะสำหรับแม่บ้านมือใหม่ที่เพิ่งหัดทำขนม สามารถแบ่งทอดทีละน้อย ๆ ได้ ไปดูสูตรกันเลยจ้า

แบบเกลียวก็มีนะจ๊ะ อร่อยไปอีกแบบ

ส่วนผสมของแห้ง

แป้งขนมปัง200กรัม
แป้งสาลี50กรัม
ผงฟู1/2ชช.
นมผง1ชต.
ยีสต์1/2ชช.



ส่วนผสมของเหลว


น้ำ170กรัม
เบคกิ้งโซดา 1/2ชช.
แอมโมเนีย 1/4 ชช.
เกลือ 1/2ชช.
น้ำตาลทราย 1ชต.
น้ำมันพืช 1ชช.


วิธีทำ


1.ร่อนแป้ง ใส่ผงฟู นมผง และยีสต์ คนให้เข้ากัน พักไว้

2.ผสมทุกอย่างรวมกันคนให้น้ำตาลละลาย

ผสมแป้งไว้ประมาณ 3 ทุ่ม
3.เทส่วนผสมข้อ2. ลงในข้อ1. คนไปในทางเดียวกันจนแป้งเนื้อเนียนประมาณ 5 นาที

พอ 4 ทุ่มก็กลับแป้งครั้งที่ 1 พักต่ออีก 1 ชม.
พอ 5 ทุ่มก็รวบแป้งเตรียมในกล่อง
4.ปิดด้วยพลาสติกพักไว้ 1 ชม. กลับแป้งจากด้านล่างขึ้นมา พักต่ออีก1ชม. จากนั้นรวบแป้งเป็นก้อน

หากล่องที่ใหญ่กว่าแป้งมาใส่เข้าตู้เย็นรอ
5.นำแป้งที่นวดไว้ ใส่กล่องพลาสติกปิดฝา ให้ใช้กล่องใหญ่กว่าแป้งนิดนึง เพื่อให้แป้งมีพื้นที่ตอนขึ้นฟู นำเข้าตู้เย็นรอทอดตอนเช้า

เช้ามาแป้งจะพองตัวขึ้นตามภาพ
6..โรยแป้งนวลบนโต๊ะ ตัดแป้งออกมาสัก 1/3 ของแป้งโดว์ รีดให้เป็นเส้นยาวแบนๆ ความกว้างประมาณ 5 ซม. หากติดมือให้ใช้แป้งนวลโรยบางๆ

แบ่งแป้งออกมา รีด แล้วตัด

นำแป้ง 2 ชิ้นมาประกบกัน
7.ตัดแป้งออกเป็นชิ้นๆ ขนาด 2x5cm. แตะน้ำตรงกลางแล้วนำอีกชิ้นแปะลงไป บีบให้ตีดกันเบาๆแล้วดึงให้ยืดออก อย่ายืดเยอะ ช่วงนี้ให้นำหม้อใส่น้ำมันตั้งกระทะรอเลย ที่ใช้หม้อเพราะจะได้ประหยัดน้ำมัน แต่ถ้าใครทำเยอะๆก็ใช้กระทะตามสะดวกเลยจ้า

ต๋อยทอดในหม้อ เพื่อประหยัดน้ำมัน

หม้อเล็กเลยทอดได้ครั้งละ 3 ตัว
8.ลงทอดในน้ำมันร้อนจัด ไฟกลางอ่อน พอฟูให้รีบกลับด้าน ทอดจนเหลืองสวย

ถาดที่ 2 ของวัน กินกับบักกุดเต๋

จิ้มนมข้นหวานก็อร่อยสุดๆ
ฝึกทำครั้งแรก กินได้แต่ไม่อร่อย
ฝึกทำครั้งที่ 2 กินได้แต่เหนียว
จากนั้นก็ไม่ทำอีกเลยเป็นปี และฝึกทำครั้งที่ 3 เหมือนเริ่มใหม่
แข็งมากๆ กอไก่ล้านตัว กินไม่ได้ ทิ่มเหงือกสุดๆ ต้องทิ้งค่ะ
ฝึกทำครั้งที่เท่าไหรก็จำไม่ได้ สำเร็จแล้วค่ะ ได้กินแล้วปาท่องโก๋

ขอให้สนุกกับการทำปาท่องโก๋สูตรคนไกลบ้านนะคะ

4 ธันวาคม 2557

ยำไก่ : อาหารเหนือ

           เมนูนี้ทำให้ต๋อยคิดถึงบ้านที่เชียงราย เพราะมันคืออาหารพื้นเมืองของคนเหนือ ส่วนใหญ่ยำไก่จะได้ทานก็ต่อเมื่อมีการทำบายสีสู่ขวัญ เนื่องจากการทำบายสีสู่ขวัญจะต้องใช้ไก่บ้านทั้งตัว ต้มพอสุกแต่ไม่เปื่อย มัดปีกมัดเท้า แล้วจัดอยู่ในบายสี พอทำพิธีเสร็จ แม่บ้านก็จะนำไก่นั้นมาฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วปรุงน้ำยำตามแบบฉบับคนเมือง แล้วใส่ไก่ลงไป และตักเสิร์ฟผู้ที่มาร่วมงาน

         มาอยู่ต่างแดนนาน ๆ ก็นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากทานขึ้นมา ประกอบกับสวนผักที่คอนโดมีคนปลูกต้นผักไผ่ ผักไฝ่ ผักแพรว หรือตามแต่คนจะเรียกกันไว้ กำลังตั้งยอดสวยงาม เลยแอบไปเด็ดมา 3 ยอด....เสร็จโจร (ลูกบ้านเก็บทานได้ค่ะ แค่อย่าเก็บเยอะจนถอนรากถอนโคนแค่นั้นเอง เค้ามีกฏเขียนแจ้งไว้ให้ทราบ อิอิ)




          ไก่ก็ซื้อมาไว้ครึ่งตัว เลือดหมูแช่อยู่ในตู้ไม่รู้จะทำอะไร หลังจากไปตลาดสดได้มาตั้ง 2 ก้อน เลยยกออกมาจัดเตรียมให้หมดเลย พริกลาบก็มีแล้ว แม่เพื่อนให้มาตั้งแต่อยู่สิงคโปร์ ยังไม่หมดเลย ต้นหอม ผักชี ก็พร้อม เราไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าค่ะ


ส่วนผสม

ไก่ครึ่งตัว หรือแล้วชอบ 
ใบมะกรุด 3 ใบ
ตะไคร้ 1 ต้น
คนอร์ 1 ก้อน
เลือดไก่หรือเลือดหมู 1 ก้อน
พริกลาบ 1-2 ชต.
เกลือ
ต้นหอม
ผักชี
ผักไฝ่ 3 ยอด
*ใครมีหัวปลี เห็ด อยากใส่เพิ่ม ก็นำไปต้มหลังจากไก่สุกแล้วได้นะคะ

วิธีทำที่ 1 กรณีมีพริกลาบ




1.ล้างไก่ให้สะอาด ถ้าไม่ชอบหนังก็เลาะออกให้หมดเลยค่ะ ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ไก่ลงไปต้ม ใส่คนอร์ ตะไคร้ทุบ ต้มจนกระทั่งไก่สุกแต่ไม่ต้องเปื่อยมาก (ก่อนที่ไก่จะสุก หากใครชอบใส่หัวปลีก็หั่นใส่ลงไปตอนนี้ได้เลยนะคะ) นำชิ้นไก่ออกมาพักไว้ให้เย็น แล้วฉีกตามความยาวของไก่ หรือทำเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามชอบ  




2.ตั้งหม้อใส่น้ำมันลงไปด้วยเล็กน้อย อย่าให้ร้อนมาก แล้วนำกระเทียบทุบลงไปผัดให้หอม ใส่พริกลาบลงไปผัด ระวังใส่เยอะจะเผ็ดเกินไป ผัดพอหมอนำไก่ฉีกลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจะเทลงในหม้อต้มไก่หรือตักน้ำซุปไก่พร้อมหัวปลีมาใส่ตรงนี้ก็ได้ค่ะ  




3.สำหรับใครที่ชอบเลือด ให้หั่นเลือดแล้วนำไปต้มก่อนสัก 1-2 นาที จากนั้นถึงนำมาใส่ในหม้อยำไก่ พอเดือดก็ชิมรส หากจืดไปก็เติมเกลือ ใครชอบชูรสก็ใส่ได้ค่ะ ปิดแก๊ส ใส่ต้นหอม ผักชี ผักไฝ่หั่นลงไป เป็นอันเรียบร้อยค่ะ 


วิธีทำที่ 2 สำหรับคนที่ไม่มีพริกลาบ


มะแข่น มะแขว่น หน้าตาแบบนี้ค่ะ

ให้ตั้งหม้อใส่น้ำมันเล็กน้อย พอร้อนใส่กระเทียมที่โขลกกับมะแขว่นจนละเอียด เติมพริกป่นลงไปผัดให้หอม แล้วก็นำไก่ลงไปคลุกเคล้า แล้วก็ทำตามขั้นตอนอื่น ๆ ได้เลยค่ะ วิธีนี้ก็อร่อยเหมือนกัน มีกลิ่นหอมของมะแขว่น แต่อาจจะไม่มีกลิ่นหอมเท่ากับเราใช้พริกลาบ เนื่องจากพริกลาบจะมีส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลายมาก ทั้งกานพลู ลูกจันทร์ อบเชย โป๊ยกั๊ก ฯลฯ


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ขอให้สนุกกับการทำอาหารเหนือนะคะ







28 พฤศจิกายน 2557

วิธีทำปลาทูเค็ม(แบบไม่มีกลิ่นเหม็น)

          หนึ่งในเมนูที่ได้ หลังจากอาทิตย์ก่อนไปตะเวนซื้อของในตลาดสด "บดูมาร์เก็ต" ประเทศมาเลเซีย  มาคือ "ปลาทูเค็มทอดเครื่องต้มยำ" วันนี้จะมาบอกวิธีการทำปลาทูเค็มแบบง่าย ๆ นี่ถ้าไม่อยู่ต่างแดนก็คงทำไม่เป็น เพราะอยู่ไทยอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ อยากกินอะไรก็มีให้เลือกซื้อเยอะแยะไปหมด แต่พอมาอยู่ต่างประเทศแบบนี้ อยากกินก็ต้องทำเองนะคะ 



ก่อนจะไปทำกับข้าวกัน เอาภาพตลาดสดมาฝากจ้า






มีปลาหลากหลายชนิดมาก ๆ ค่ะ ปลาดุกตัวละ 10 บาทเอง ถูกมาก ขายกันเป็นกิโล ซื้อมาย่างเกลือ กินกันข้าวเหนียวร้อน ๆ ก็ฟินสุดๆแล้วแหล่ะ






นี่ก็ไก่ฟาร์ม เยอะไปหมด ถูก ๆ ทั้งนั้นค่ะ ตัวละร้อยกว่าบาท




รับกุ้งสักโลมั้ยค่ะ เต็มศูนย์เป็นราคาไทยได้เลยค่ะ




       





           หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าวิธีการทำปลาทูเค็มนั้นเค้าทำกันยังไง บอกได้เลยว่า ง่ายมัก ๆ แต่ก่อนต๋อยก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าทำยังไง ตั้งแต่เป็นสมาชิกเพจห้องครัวต่างแดนเนียะ ทำได้หลายอย่างเลย พอไปตลาดสดก็ไม่ลืมที่จะซื้อปลาทูติดไม้ติดมือมาด้วยแทบทุกครั้ง ถ้าไม่ทำปลาทู ก็ทำปลาทูเค็ม เดี๋ยววันหลังลงวิธีทำปลาทูนึ่งให้ดูบ้างละกันไปดูวิธีการทำกันเลยค่ะ

1. เริ่มจากการนำปลาทู มาล้างควักไส้ออกให้หมดทางเหงือก ระวังอย่าให้พุงทะลุ เดี๋ยวไม่สวย แต่ขาดก็ไม่เป็นไรค่ะ ทำทานเองไม่ได้ทำขาย 

2.ล้างให้สะอาด ซับด้วยกระดาษให้แห้ง นำกล่องพลาสติกที่สามารถบรรจุปลาได้ทั้งหมด โรยเกลือเม็ดบดหยาบให้ทั่วกล่อง วางปลาลงไปทีละชั้น โรยเกลือ ถ้าทำเยอะก็ใส่ปลาและเกลือสลับกันไปจนหมดนะคะ ใส่เกลือเยอะ ๆ นะคะไม่ต้องกลัวเค็ม ถ้าเกลือน้อยปลาจะเน่า เหม็นไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ

3.จากนั้นปิดฝาให้สนิท ห่อด้วยพลาสติกแร้ป นำเข้าตู้เย็น เลือกความเค็มในระดับที่คุณต้องการคือ 1 วัน 1 คืน เค็มน้อย , 2 วัน 1 คืน เค็มกำลังดี ,และ 2 วัน 2 คืน เค็มมากหน่อย 

4.เมื่อหมักปลาตามเวลาที่ต้องการแล้วก็ให้นำมาล้างเกลือ ซับให้แห้ง เก็บใส่กล่อง ห่อด้วยพลาสติกนำเข้าตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยที่กลิ่นไม่เหม็นกวนใจพ่อบ้านค่ะ หรือใครจะทำกับข้าวเลยก็ย่อมได้ 

วันนี้มานำเสนอปลาทูเค็มทอดเครื่องต้มยำ 

เตรียมวัตถุดิบ พริกแห้งหั่น หอมแดงซอย กระเทียมสับ ตะไคร้หั่นเป็นท่อน ใบมะกรูด และข่าแว่น 

วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย จากนั้นนำปลาทูเค็มลงไปทอดให้สุกทั้ง 2 ด้าน แล้วใส่เครื่องต้มยำที่หั่นไว้ลงไปผัดจนหอม ตักใส่จาน โรยด้วยน้ำมะนาว เสิร์ฟกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยร้อน ๆ ค่ะ















ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ติดตาม ขอให้สนุกกับการทำกับข้าวนะคะ

27 พฤศจิกายน 2557

แกงโฮ๊ะ คั่วโฮ๊ะ อาหารเหนือ

          วันนี้มีอาหารเหนือที่นาน ๆ ทำที มาฝากเพื่อน ๆ เหตุที่นึกอยากกินเพราะได้คุยกับพี่ติ๊ก คนเชียงใหม่ ในห้องครัวต่างแดนว่า ต๋อยมีหน่อไม้อยู่ แต่ยังไม่ได้นำออกมาทำอะไรกินเลย และต้องรีบจัดการให้หมด ก่อนที่สามีจะกลับบ้าน เนื่องจากกลิ่นหน่อไม้ดองนั้นค่อนข้างแรง หากสามีอยู่คงเรื่องใหญ่แน่ ๆ 





          และพี่ติ๊กก็พูดขึ้นว่าถ้าพี่มีหน่อไม้พี่มักจะทำแกงโฮ๊ะ จึงเกิดอยากกินขึ้นมาทันทีทันใด วันนี้ก่อนไปรับอลิสที่โรงเรียน แม่ขอแวะซุปเปอร์มาเก็ตแป้บๆ ได้ถั่วฝักยาว พริกหวาน ฟักทอง กะหล่ำปลี จัดเต็มเลย อย่างอื่นก็มีครบหมดแล้ว ไปลุยกันดีกว่าค่ะ

       
          สำหรับชื่อแกงโฮ๊ะ หรือคั่วโฮ๊ะ นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า คำว่าโฮ๊ะ ในภาษาเหนือหมายถึง ผสมปนเป, ของหลาย ๆ สิ่ง หลายๆอย่างปนอยู่ในที่เดียวกัน แกงโฮ๊ะจึงหมายถึงแกงที่รวมหลาย ๆ สิ่งไว้ในชามเดียวกัน เกิดจากอาหารเหลือในแต่ละมื้อ นำมาผสมกัน แล้วนำไปผัด ปรุงรสใหม่ กลายเป็นแกงโฮ๊ะหรือคั่วโฮ๊ะ (คั่วแปลว่าผัดจ้า)


ที่เรียกว่าแกงโฮ๊ะก็เพราะใส่สารพัดผัดนี่แหล่ะค่ะ

ส่วนผสม

ขาไก่ 2 ขาใหญ่ หั่นเป็นชิ้น ใช้หมู3ชั้นหรือเนื้อหมูแทนได้ค่ะ
หน่อไม้ดอง 1 ถุง ล้างน้ำบีบน้ำออกให้หมด ถ้าเปรี้ยวมากล้างหลาย ๆ น้ำหน่อยนะคะ
วุ้นเส้นถุงเล็กแช่น้ำ 2 ถุง
ใบมะกรูดฉีกตามชอบ 6-7 ใบใส่เยอะ ๆ หอมดีค่ะ
กะเพราะ 1 ถ้วยสำหรับกะเพราะสด 
     *ต๋อยใช้กะเพราะที่ผัดกับกระเทียมแล้วแช่แข็งในที่อัดน้ำแข็ง ใช้ 3 ก้อนค่ะ
ข่าหั่น 5-6 แว่น
ตะไคร้หั่น 3-4 ท่อน
น้ำมันพืช 2-3 ชต.
ผัดสดตามชอบ : กระหล่ำปลี ฟักทอง มะเขือเปาะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ถั่วพลู แครอท พริกหวาน



ปรุงรส : ซีอิ้วขาว น้ำปลา และผงปรุงรสฟ้าไทย 




เครื่องแกง

พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำ 5-6 เม็ด
พริกแห้งเม็ดเล็กแช่น้ำ 5-6 เม็ด(ตามชอบได้จ้า)
กระเทียม 5 กลีบ(กระเทียมกลีบใหญ่)
หอมแดง 3 หัว
ตะไคร้ซอย 1-2 ต้น
ขมิ้น 1 ชช.
กะปิ 1 ชช.
เกลือ1 ชช.




    ** ใครใครโขลกโขลก.....ใครใคร่ปั่นปั่น นะคะ ไม่ว่ากัน งานนี้ต๋อยขี้เกียจบรรจงแล้ว ปั่นง่ายสุดค่ะ หากหนืดเกินปั่นยากก็เติมน้ำลงไปนิดหน่อยค่ะ



วิธีทำ




1.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป ผัดเครื่องแกงให้หอม ไฟกลาง-อ่อน หากปั่นแล้วเติมน้ำ พริกแกงจะกระเด็นกระดอนระวังด้วยนะคะ จากนั้นใส่ไก่ลงไปผัดจนสุก ปิดฝาไว้ได้ชั่วคราวเพราะพริกมันจะกระเด็น หมั่นคน





มีเพิ่มแครอทไปอีกเล็กน้อยเพื่อความสวยงามและสุขภาพ


2.พอไก่สุกก็ใส่หน่อไม้ลงไปผัด จากนั้นเติมน้ำเล็กน้อย พอเดือดใส่มะเขือ ฟักทอง ผัดไปสักพักก็ใส่ผักที่เหลือลงไป ผัดพอให้ผักสุก




3.ใส่ตะไคร้และข่าหั่น ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ้วขาว ผงปรุงรส ตามชอบนะคะตรงนี้ไม่ว่ากัน ใครอยากใส่ชูรสตามสบายเลย ชิมรสเผ็ด เค็ม อร่อย  จากนั้นใส่วุ้นเส้น กะเพรา และใบมะกรูด  คนให้เข้ากันตักเสิร์ฟได้เลยจ้า


ครั้งแรกที่เจอไข่แฝด เสียดายไข่แดงอีกฟองแตก ทานกับไข่ดาวอร่อยเหาะค่ะ


ขอคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ ขอให้มีความสุขในการทำกับข้าวนะคะ







12 พฤศจิกายน 2557

มะม่วงน้ำปลาหวาน

พูดเลยว่าชีวิตนี้ไม่คิดจะทำ "มะม่วงน้ำปลาหวาน" กินเอง เพราะแค่เดินไปหน้าปากซอย หน้าออฟฟิศก็ได้กินแล้ว รถเข็นข้างทางก็เยอะ ราคาก็ไม่แพง 





แต่เมื่อต้องมาอยู่ต่างแดน ถึงแม้ว่าจะมีเงินซื้อ แต่ก็หาซื้อไม่ได้ เพราะมันไม่มีคนทำขาย ถึงมีก็ราคาแพงจนซื้อไม่ลงเลยทีเดียว และอีกแรงผลักที่ให้ต้องไปค้นหาสูตรและทำเอง คือเพื่อนเคยทำมาให้ชิม แล้วมันอร่อยมาก เค้าก็บอกว่าที่จริงแล้วทำง่าย ไม่ยุ่งยากเลย ทำขนมยังยากกว่า เราเองก็ยังไม่ได้คิดอะไร 

จนวันนึง อยากกินจริง ๆ มะม่วงก็ซื้อมาแล้ว ไม่ใช่ถูก ๆ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง สักวันพอมันเน่าก็ต้องทิ้งไป เสียของเปล่า ๆ เลยเปิดเน็ต ค้นหาสูตรและวิธีการทำ เราไปเจอวิธีการทำจากเวบ ครัวบ้านพิม ต้องขอบคุณเจ้าของสูตรเค้าด้วยนะ แต่คุณพิมไม่ได้ลงปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ว่าเท่าไรนะคะ เลยใส่เท่าที่เรามีและตามชอบคะ ไปดูส่วนประกอบกันเลยค่ะ



วัตถุดิบในการทำน้ำปลาหวาน

น้ำตาลมะพร้าว 3 ก้อน
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ
น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1-2 ช้อนชา
กุ้งแห้งสับตามชอบ
พริกขี้หนูแดงเขียวซอยตามชอบ
หอมแดงซอยตามชอบ

*กรณีที่ไม่มีน้ำตาลมะพร้าวให้ใช้น้ำตาลปี้บแทนได้นะคะ แต่คุณพิมบอกว่าน้ำตาลมะพร้าวจะหอมและอร่อยกว่าน้ำตาลปี้บ ซึ่งเราก็หาซื้อได้แต่น้ำตาลมะพร้าวค่ะ แถวบ้านไม่มีน้ำตาลปี้บเลย นอกจากร้านค้าไทยเท่านั้น (ตอนนี้อยู่มาเลเซียจ้า)

**กรณีกุ้งสับ บางคนเค้าจะใช้กุ้งป่น แต่ส่วนตัวต๋อยคิดว่าสับง่ายกว่า แถมเวลาใช้มะม่วงตักเข้าปากแล้วเคี้ยวโดนกุ้งมันอร่อยกว่าคะ อิอิ





วิธีทำ

1.นำน้ำตาลมะพร้าวใส่หม้อ เติมน้ำเล็กน้อย จากนั้นตั้งไฟอ่อน หมั่นใช้ช้อนตัดน้ำตาลให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะน้ำตาลมะพร้าวจะแข็งมากๆ 

2.เมื่อน้ำตาลละลายแล้ว ให้เคี่ยวต่อไปจนเหนียว ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ค่อย ๆ คนไปเรื่อย ๆ นะคะ เพราะน้ำตาลจะมีฟองขึ้นมา เดี๋ยวล้นหม้อคะ ไฟต้องอ่อน ๆ อย่าใจร้อน 

3.เมื่อเคี่ยวน้ำตาลได้ที่แล้ว ปิดแก๊สแล้วปล่อยให้อุณหภูมิของน้ำตาลลดลงมาหน่อย จากนั้นก็ใส่หอมซอย กุ้งสับ คนให้เข้ากัน ใส่พริกป่นและพริกขี้หนูซอย เป็นอันเสร็จค่ะ ง่ายมั้ยคะ



อร่อยที่สุดใน 3 โลกเลยค่ะ


จัดเสิร์ฟกันเลยค่ะ


อร่อยและทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เพื่อน ๆ ลองดูนะคะ


Cooking with Dozo_Toy

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของคนชอบทำอาหารกับ Cooking with Dozo_Toy ใครที่ชอบทำอาหาร เรามารวมตัวกันทางนี้จ้า..... เราเป็นอีกคนห...